สถานที่ท่องเที่ยว
แช่น้ำร้อนนอนชมจันทร์

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง


ลำธารน้ำร้อนเล็กๆ มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี มีต้นกำเนิดจากสายน้ำที่ไหลผ่านกรวดหินดินทรายใต้พื้นผิวโลกที่ร้อนจัด แล้วไหลเป็นธารน้ำร้อนขนาดเล็กออกมาจากซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ที่มีความร้อนเฉลี่ย 50-57 องศาเซลเซียส และไม่มีแร่ธาตุ ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ไม่มีกลิ่นฉุนกำมะถัน จากการตรวจวิเคราะห์ทางเคมี ชีวะ และฟิสิกส์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการต้นกำเนิดธารน้ำร้อนอยู่ห่างจากสระน้ำร้อนประมาณ 150 เมตร
มีอุณหภูมิสูงประมาณ 60 องศาเซลเซียส อนุญาติให้นักท่องเที่ยวเดินไปสำรวจได้ แต่ไม่ให้ลงไปแช่ เนื่องจากน้ำจากแหล่งนี้จะไหลลงไปให้ชาวบ้านใช้ดื่มกินด้วย

แก่งส้มแมว


สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ. 2535 เนื่องในวโรกาส เจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่ดีเยี่ยม มีพรรณไม้ป่ามากกว่า 200 ชนิด มีสัตว์ป่าชุกชุม และเป็นที่ตั้งของโครงการศิลปาชีพ เครื่องปั้นดินเผาตาม
พระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถที่มีพระราชประสงค์ ให้ชาวไทยกะเหรี่ยงที่อพยพมาอยู่อาศัยในเขตสวนป่า ได้มีอาชีพทำกินอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “แก่งส้มแมว”แก่งน้ำธรรมชาติมีหินใหญ่น้อยสลับซับซ้อน กลางแม่น้ำภาชีอีกด้วย

น้ำตกบ่อหวี


เป็นน้ำตกที่พบใหม่เมื่อไม่นานมานี้ รอบบริเวณยังคงเป็นป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ แต่ละชั้นของ น้ำตกมีความสวยงามแตกต่างกันเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนโดยการกางเต็นท์ในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเอาไว้ การเดินทางสะดวก ถนนลาดยางจนถึงบริเวณน้ำตก และเข้าติดต่อขอทราบรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ได้เลย

สวนกล้วยไม้ สวนผึ้งออร์คิด


เป็นศูนย์รวมกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์ เช่น แวนด้า แอสโดเซนด้า ลูกผสม หลากสี แวนด้าฟ้ามุ่ยที่สวยที่สุด
นับว่าเป็นเสน่ห์ของที่นี่ ไม่เรียกเก็บค่าเข้าชม และยังจำหน่ายกล้วยไม้ในราคาถูกทั้งราคาส่ง-ปลีก พอใจต้นไหนยกออกมาได้เลย ราคาไม่แพงอย่างที่คิด

เขากระโจม


ตั้งอยู่ชายแดนไทย-พม่า ด้านอำเภอสวนผึ้ง ห่างจากตัวเมืองราชบุรี 80 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดในจังหวัดราชบุรี ประมาณ 1,045 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นพรมแดนระหว่างเขตแดนไทย-พม่า
เดิมชาวกะเหรี่ยงเรียกอีกชื่อว่า เขาลันดา หมายถึง ภูเขาที่มีที่ราบ แต่คนไทยรุ่นที่ไปทำเหมืองแร่ดีบุก สมัยก่อนเห็นว่าลักษณะของภูเขาคล้ายกระโจม อินเดียนแดง จึงเปลี่ยนชื่อให้เป็น เขากระโจม การขึ้นเที่ยวเขากระโจม ควรขึ้นไปสัมผัสกับแสงแรกของวันและทะเลหมอก บนยอดเขา แต่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อในการขึ้นเท่านั้น สองข้างทางยังเป็นป่าเขาที่มีสภาพสมบูรณ์ เส้นทางศึกษา เดินธรรมชาติจะพบกล้วยไม้ป่าหลากหลายพันธุ์อยู่ทั่วไป ทัศนียภาพโดยรวมคล้ายป่าทางภาคเหนือ บนยอดเขากระโจม เป็นที่ตั้งของ ฐาน ตชด.
และจุดกางเตนท์ของนักท่องเที่ยว และที่พลาดไม่ได้คือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ที่สามารถ ชมทะเลหมอกได้อีกด้วย

อุทยานธรรมชาติวิทยา


สร้างขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี 2538 เนื้อที่รวม 132,905 ไร่ วัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป และปลูกฝังให้คนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า และสภาพแวดล้อม ภายในอุทยานฯ มีสิ่งที่น่าสนใจ อาทิ ศาลาข้อมูลธรรมชาติวิทยา รวบรวมข้อมูลทั่วไปของอุทยานธรรมชาติวิทยา สังคมศาสตร์ กายภาพและทางชีวภาพ โดยจัดแสดงในรูปแบบของนิทรรศการ สิ่งตีพิมพ์ วีดิทัศน์ และมีห้องสมุดที่สามารถค้นหาข้อมูล ทางสิ่งแวดล้อมได้ และยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก หนังสือ โปสการ์ด เกี่ยวกับอุทยานธรรมชาติวิทยาและหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจนผลิตภัณฑ์ในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริด้วย

เลี้ยงแกะที่ Scenery


ที่ The Scenery Resort เป็นจุดน่าสนใจในการทำกิจกรรม เลี้ยงแกะ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสาวๆ และเด็กๆ ที่อดใจกับความน่ารักของเจ้าแกะขนนุ่มนี้ไม่ได้ เวลาเอาอาหารไปให้มัน มันก็มารุมกันล้อมรอบตัวน่ารักมาก และกิจกรรมถ่ายรูปกับแกะก็ยอดนิยมเช่นกัน แกะที่เล้ยงไว้เป็นพันธุ์ผสมครับ ชื่อว่า พันธ์คาทาดิน (พันธุ์ผสม ขน+เนื้อ) เพื่อให้ทนต่อสภาพภูมิอากาศ และอาหารที่ทาง Scenery จัดไว้ให้มีสองอย่าง คือ ใบปอกะสา , หญ้าเนเปีย